5 หลังฉากรุน “ย่านราชจำนง” เป็น “World-class Shopping Destination” เปรียบระดับย่านเปลืองซ่า

หนึ่งในย่านธุรกิจการขายโค่งสิ่งของกรุงเทพมหานคร และเป็นเป้าหมายข้างการเดินทางสรรพสิ่งประเทศไทย จำต้องกว้านแยกออกกับดัก “ย่านราชตั้งใจ” ที่ประกอบด้วยนักเที่ยวขนมจากทั่วโลก และประชากรดำรงชีวิตอยู่แห่งเขตนี้ 600,000 มนุชประกบวัน และดำรงฐานะ Landmark ของเมืองไทยความคิดเห็นแห่งพวกผู้สร้างงานในย่านราชประสงค์ ต้องการจรถึงความมุ่งหมาย ลงความว่า ครอบครอง “World-class Shopping Destination” แห่งชั้นเสมอกับดักน่านช้อปปิ้งใหญ่สรรพสิ่งพื้นโลก ไม่ว่าจักเป็นย่านออร์เมี่ยงร์ด (Orchard Road) สถานที่ประเทศสิงคโปร์, ย่านใช้ซ่า (Ginza) ที่ญี่ปุ่น หรือเคลื่อนจากไปห่างกว่าตรงนั้น เป็นต้นว่า อ็อกซ์ฟอร์ด สตรีท (Oxford Street) แห่งลูกคลื่นที่สูง ด้วยกัน ไทม์สแควร์ (Time Square) สถานที่เมืองนิวยอร์กการจะขับเคลื่อน “ย่านราชประสงค์” ให้ไปยืนเทียบชั้นกับดักย่านการค้าใหญ่สุดยอดได้ตรงนั้น อยู่แห่ง 5 ปัจจัยหลังฉาก มี1. คดีครบวงจรสรรพสิ่งความครอบครอง “น่านงานค้าขาย” สถานที่ประกอบด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านรวง อาคารสำนักงาน โรงแรม และบางที่มีสวนสาธารณะ ซึ่ง “เขตราชตั้งใจ” ประกอบด้วยครบทั้งปวงส่วนประกอบ โดยปัจจุบันประกอบด้วยห้องเช่าโรงแรมระดับ 5 ดาวฤกษ์ กว่า 4,000 ห้องหับ / พื้นที่ช้อปปิ้งร่วม 884,200 ตารางเมตร / ร้านรวงในย่าน 5,500 ร้านค้า / อาคารสำนักงาน 169,000 ตารางเมตร ด้วยกันเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้จัดการก่อสร้าง “สวนบุษบงวนานุรักษา” เป็นสวนสาธารณะสถานที่นวชาตจุดรวมมหานครนครเทวะ (สิงสู่ใกล้กับเซ็นทรัลเวิลด์)ขณะเดียวกันความน่าดึงดูดใจอีกหนึ่งอันคือว่า เครื่องประกอบต่างๆ ที่อยู่ในที่น่านราชประสงค์ ประกอบด้วยความหลากแห่งประสมประสานห้าม ทั่วท้องตลาด Mass จรจวบจนถึงตลาด Luxury ทำเอาสามารถทั่วไปลูกค้าได้มาทุกพวกเนื้อความครบวงจร ด้วยกันความหลาก เป็นเหตุให้เขตราชประสงค์ดำรงฐานะ “Multiple Function” โน่นคือว่า เป็นสถานที่แห่งรวบรวมงานใช้ชีวิตรอบด้าน และกิจกรรมต่างๆ เช่น จัดอีเว้นท์ คอนเสิร์ต ธุรกิจสัมมนา การประชุมใหญ่ มงคลสมรส ฯลฯ 0แล้วก็ยั่วยวนใจมนุชขนมจากทั่วทุกหัวระแหง ทั้งคนประเทศไทย และคนต่างประเทศเข้ามาในเขตแห่งนี้2. ดำรงฐานะย่านแหล่งชุมนุมเทวสถานสรรพสิ่งพระอิศวรน่าเลื่อมใส 8 ท่าน ทั้งคนไทย กับนักท่องเที่ยว เป็นพิเศษคนจากชาติทวีปเอเชีย แบบเดินทางมาสักการะมหาเทพ 8 ท่าน ครอบครองจำนวนมากตลอดทั้งพรรษา เรียกคว้าตวาดเป็นเลิศในที่ Landmark ข้างการสัญจรสรรพสิ่งนครประเทศไทย3. กบิลการติดต่อสื่อสารครบ ด้วยกันสะดวก พอให้มนุชจากทุกทุกที่สมรรถแรมรอนมาอีกต่างหากน่านนั้นๆ คว้าสะดวก เพราะว่า “ย่านราชประสงค์” ประกอบด้วยทั่วมุขรถยนต์ ที่เชื่อมต่อกับบริเวณสำคัญ เป็นต้นว่า สยามสแควร์, เครื่องสีลม-ราชดำริ, มักกะสัน-ราชกล่าวถึง / วิถีทางเรือ มีวงหยุดใหญ่ที่ท่าอากาศยานประตูน้ำ / รถไฟลอยฟ้า อยู่ใจกลางระหว่างบีทีเอส หน่วยงานสยาม ด้วยกันแนบเนียนมารุต4. ก่อสร้างเครือข่ายวิถีทางเดินลอยเมฆ อีกด้วยความสถานที่น่านพระราชประสงค์ อยู่ตรงกลางระหว่าง “บีทีเอส สำนักงานประเทศสยาม” กับ “หน่วยงานสนิทมารุต” ไม่ได้มีที่ทำการสถานที่เชื่อมตรงเข้าถึงโครงการกระยาเลย ในเขตตรงนี้ เหมือนเช่นเขตสยามสแควร์ แห่งดำรงฐานะ Junction ของรถไฟฟ้า ด้วยกันผู้สร้างกิจธุระแห่งน่านประเทศไทยฯ ได้มาเชื่อมต่อเส้นทางจากโครงการสรรพสิ่งตัวเอง กับดักสถานีรถไฟกลางหาว ซึ่งการไม่มีสถานีรถไฟฟ้าเข้าถึงต่อหน้า ตกเป็น “วงอ่อน” สรรพสิ่งพระราชประสงค์!!เพราะว่างานบังเกิดสรรพสิ่งรถไฟฟ้าครั้งแรกแห่งประเทศไทยพอ 18 – 19 ปีเดิม สมัยตรงนั้นเขตธุรกิจพวกกระยาเลย เห็นในที่ชิ้นเดียวกันดุ ถัดจาก Landscape ของกรุงเทพฯ กับวิถีชีวิตของคนในกรุงเทพมหานคร จักเปลี่ยนไป ตกเป็นมหานครโค่ง ด้วยกันงานดำรงชีวิตจะครอบครอง Vertical Living เพราะว่าประกอบด้วย “รถไฟท้องฟ้า” เป็นระบบการติดต่อสื่อสารเสาของคนกรุงเมืองหลวง รวมถึงนักเที่ยวต่างชาติ ครั้นไม่มีสถานีรถไฟท้องฟ้าเชื่อมต่อจรดน่านราชประสงค์ต่อหน้า ขณะเดียวกัน “ฟุตพระบาท” ในบางกอก ไม่มีน้ำใจประกบการเดินได้ง่ายมากหลาย ตลอดทางเท้าลีบ จำต้องรอเลี่ยงห้างร้านแผงลอย มอเตอร์ไซค์ที่วิ่งขึ้นไปทางเดิน ด้วยกันยิ่งยุคฝนตก ต้องเจอะเจอตำแหน่งเปียกแฉะ หรือเดือนร้อน จำต้องเดินกลางแจ้งร้อนจัด!! ดังนี้ แม้เปล่าทำอย่างไร อันสถานที่ตามมาถือเอาว่า มนุษย์จักกระจุกร่างกายอยู่เฉพาะเจาะจงในที่เขตสยามฯ ไม่ได้ไหลมาสู่น่านพระราชประสงค์ หรือไม่ก็ไหลลงมาโกร๋งเกร๋งครั้นดำรงฐานะดังนี้ ในที่ปี 2545 พวกผู้ประกอบการงานในน่านพระราชประสงค์ ที่รวมร่างกายกักคุมดำรงฐานะ “ยุ่งผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชตั้งใจ” (RSTA) แล้วจึงได้มาทำก่อสร้าง “พระราชประสงค์ สกายวอล์ก” (Ratchaprasong Skywalk) ทางผ่านลอยเมฆที่เริ่มแรกในที่ประเทศไทย เพื่อที่จะเชื่อมต่อการเดินทางขนมจากรถไฟลอยฟ้าหน่วยงานสนิทลม จดทางแยกพระราชประสงค์ ไปสู่ตึกกระยาเลย แห่งย่านพระราชประสงค์ ระยะทาง 150 เมตรต่อมาปี 2548 “ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์” เข้าเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งในสมาชิกสิ่งของย่านราชประสงค์ แล้วก็ได้ขยาย “ราชประสงค์ สกายวอลก์” ช่องไฟ 2 เชื่อมต่อเส้นทางเลิศ ตั้งแต่ทางแยกพระราชประสงค์ จรดแยกเฉลิมพงศ์พันธุ์ ระยะทาง 500 เมตร ทำเอามีระยะทางร่วม 650 เมตร ครอบครองทางผ่านวิเศษที่มีเนื้อความแวงยิ่งนักสุดโต่งแห่งกรุงเทพฯ ใน ในตอนนั้นข้างหลังการสร้าง Skywalk สำเร็จ เป็นเหตุให้มนุชเข้าไปในเขตราชประสงค์สมบูรณ์ ด้วยกันผลรวมคนเดินผ่านทางผ่านลอยเมฆนี้ ทวีคูณถัวเฉลี่ย 10 – 15% ทุกปีหลังจากนั้นปี 2554 “เดอะ ทองคำขาว ความนิยมมอลล์” เข้าร่วมครอบครองผู้ส่งเสริมกับดักยุ่งเกี่ยวผู้ผลิตวิสาหกิจในเขตราชประสงค์ โดยคว้าคบคิดก่อสร้างวิถีทางเชื่อมต่อเส้นทางลอยเมฆจากเกสรวิลเลจ จรอีกทั้งศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัม ร่วมระยะทาง 500 เมตร ภายใต้ชื่อ “แผ่งคอก สกายไลน์ – Bangkok Skyline”จนกระทั่งแห่งพรรษา 2561 ปฏิบัติการเชื่อมต่อขนมจากบุริมทิศ สู่ประจิม (ประเดิมสถานีรถไฟกลางหาวสนิทลม ตั้งหน้าไปสู่แบ่งแยกยกย่องพงศ์พันธุ์ เนื้อความยาวกระทั่ง 650 เมตร) กับทิศใต้ สู่อุตดร (ขนมจากแบ่งพระราชประสงค์ ผ่านเกษพระอาทิตย์ลเลจ สู่ เดอะ แพลทินัม ความแถว 500 เมตร รวมช่องไฟ 1,150 เมตร พร้อมกับเรียกชื่อรวมตวาด “ราชประสงค์ วอล์ก – Ratchaprasong Walk” หรือ “R-Walk” ทำให้ตอนนี้ประกอบด้วยผู้ใช้บริการบน R-Walk กว่า 100,000 มนุษย์ประกบคราวหลังจากก่อสร้าง “R-Walk” กับส่งให้ปันออกกับดักกรุงเทพมหานครต่อจากนั้น แผนจากนี้ หมวดผู้ผลิตในที่เขตพระราชประสงค์ ตระเตรียมเจริญ Walking Street ปฤษฎางค์บิ๊กซีราชดำริ เพื่อจะเชื่อมต่อกับเนื้อที่ “TOT” จรอีกทั้งหน่วยงานบีทีเอสแนบเนียนลม (อ่านส่งเสริม “แนวทางก่อสร้าง Walking Street”)“มหานครโค่งของพื้นโลก เช่น นิวยอร์ก ลูกคลื่นดอน โตเกียว ในที่ย่านการค้า หรือเขตช้อปปิ้งใหญ่ ให้ความสำคัญกับดักงานก่อสร้าง “มุขเคลื่อนที่” และ “งานเชื่อมทาบ” (Connectivity) ในที่วงกลมต่างๆ สิ่งของน่านนั้นๆ โดยเหตุนั้นการสร้างเมือง ต้องทำให้เกิด Connectivity เช่นกันแนวคิด “Walkable” อีฉันแล้วก็ได้มาสร้าง “R-Walk” ไม่ได้ดำรงฐานะเท่าสะพานลอยกลางหาว ไม่ก็ทางผ่านวิเศษ แม้ว่าถือเอาว่า วงจรข่ายทางไปเลิศสถานที่เชื่อมต่อสิ่งกลมๆกระยาเลย ในน่านพระราชประสงค์ ด้วยกันเนื้อที่โดยรอบย่านนี้ ทิวภาพแห่งฉันมองเอาไว้ในอนาคต คือว่า อีฉันต้องการผสาน Mass Transit รอบๆ รวมหมด “แอร์คอนดิชันท่าอากาศยานลิงค์” ที่ทำการมักกะสัน – ราชกล่าวถึง, รถไฟลอยฟ้าช้าสีส้ม ที่มามุขประตูน้ำ, บีทีเอส ด้วยกันรถไฟใต้ดินที่ทำการเครื่องสีลม เข้าพบกักคุมเช่นกัน “ทางไป” ผิทำกันได้ จักสร้างการปรากฏนครที่ชัดเจน ต่อไปทั้งคนไทย ด้วยกันคนต่างชาติสมรรถเดินผ่านสวนลุม เปลี่ยนท้องถนนราชดำริ เข้าเขตพระราชประสงค์ กับเชื่อมเข้าไปคนช่วยมักกะสัน เพราะว่าจำต้องเข้าไปสนทนากับผู้ผลิตแห่งบริเวณนั้นอีก 2 ราย รวมหมดใบหยก และโฮเต็ลอินทเลิก สมมติว่าสามารถก่อสร้างความร่วมมือกัน จักเป็นเหตุให้เชื่อมต่อเส้นทางเข้าถึงเครื่องปรับอากาศท่าเรือลิงค์ กับดักใจกลางเศรษฐกิจของบางกอก ในที่น่านสีลม และราชประสงค์ เพราะย่านการค้าแห่งอีฉันดูเป็นต้นแบบ ลงความว่า ย่านกินลดลง สถานที่โตเกียว ที่นั่นในที่เวลากลางวันเสาร์-วันอาทิตย์ทำให้หยุดตัวถนน ด้วยกันประกอบด้วย Street Performer ลงมาจัดแสดง อิฉันโหยเห็นภาพนั้นมีขึ้นในย่านราชมุ่งหวัง” คุณชาย ธนูีผมปลอมรม์ ผู้นำยุ่งผู้กอปรวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ส่องแสงทิวทัศน์อนาคตกาลสถานที่โหยปันออกอำนวยประโยชน์ชาย ศรีผมปลอมรม์5. ดำรงฐานะน่านสถานที่มีประวัติศาสตร์ ด้วยกันประกอบด้วยสถาปัตยกรรมสถานที่มีเอกลักษณ์อยู่หญิบกับกรุงเทพฯ การลวงวนาน อาทิเช่น เป็นสถานที่ริเริ่มตั้งขึ้นห้างประเทศญี่ปุ่น “แหลมทองไสูดกลิ่นาร่อง” ที่มีบันไดเลื่อนสถานที่แรกในประเทศไทย ขนาดที่ปัจจุบันจักพ้นไปจึ่งติดตาม รวมหมดอีกทั้งครอบครองสถานที่จัดตั้งขึ้น “เดอะมอลล์” สาขาเริ่มแรก ก่อนปิดเนื้อตัวจากไป ต่อจากนั้นย้ายไปยกขึ้นแห่งรามคำแหง นอกจากนี้อีกต่างหากเกิดศูนย์การค้าสมัยเริ่มต้นในที่ประเทศไทย อย่าง “ศูนย์การจำหน่ายอัมรินทร์ พลาซ่า” ถิ่นที่อยู่กับน่านนี้ลงมาตรงเวลา 33 พรรษาต่อจากนั้นอันสำคัญอีกข้อมูลแห่งทำให้ “ย่านราชตั้งใจ” ปฏิรูปลงมาได้มาถึงปัจจุบันนี้ ถือเอาว่า ขนมจากสถานที่ผู้ประกอบการในที่ย่านนี้แตกต่างด้านแตกต่างสร้าง หันไปผนึกพละกักคุม ร่วมกันริเริ่มตั้งขึ้นครอบครอง “ยุ่งเกี่ยวผู้ผลิตวิสาหกิจในย่านราชประสงค์” (RSTA) มีบทบาทสำคัญ ทั่วในด้านงบประมาณลงทุนเจริญ กับส่งเสริมให้ยกระดับสู่งานดำรงฐานะ “World-class Shopping Destination”ผ่าเทรนด์ “Integrated Mixed-use Development” แนวคิดปฏิรูปพื้นดินสมัยใหม่จดเวลานี้ทุกคน แตกต่างได้ข่าวคำดุ “Mixed-use Development” กักคุมลงมานุ่มนวลต่อจากนั้น ด้วยกันครอบครองแนวการพัฒนาที่ดินที่สร้างมูลค่าเพิ่มปันออกก่อเกิดคุณประโยชน์ยิ่ง ทว่าพัฒนาการนับจากนี้จักมิใช่แค่การพาส่วนประกอบกระยาเลย ไม่ว่าจักเป็นหลักสถานที่ค้าปลีก, อาคารสำนักงาน, อาคารชุด หรือโรงแรม ไปแปะวางบนพื้นดิน 1 ผืนขนาดนั้น แต่ว่าจักลงลึกตั้งแต่การออกแบบในที่ทั้งหมด เพื่อให้ทุกส่วนประกอบสรรพสิ่งงานดำรงฐานะ Mixed-use Project ประกอบด้วยงานประสมประสาน และผสานถึงกันอย่างไร้จุดต่อ ซึ่งการพัฒนาโครงการในรูปแบบนี้ เรียกหาว่า “Integrated Mixed-use Development” ซึ่งแตกต่างขนมจากงานแผน Mixed-use แนวทางเดิมที สถานที่ขนาดที่ส่วนประกอบแต่ละด้านสิงสู่แห่งแดนดินเดียวกัน แต่ว่างานดีไซน์ กับบรรยากาศจะแยกออกอารมณ์ความรู้สึกจากกันกันชัดเจนนอกจากนี้ Integrated Mixed-use Development ยังรวมทั้งวิถีชีวิตสถานที่ลดการใช้คืนทรัพยากรพลังงานอีกด้วยเช่นกัน เนื่องจากงานออกแบบแผนการเค้าโครงความคิดตรงนี้ สนับสนุนแยกออกคนเดินทางมาทำสถานที่ตึกราม พร้อมด้วยหมู่ขนส่งมวลชนทั่วไป ทำเอาผู้ที่อาศัยข้างในตึก ไม่ต้องขับรถลงมา ไม่ต้องชำรุดคุณค่าที่จอดรถ ด้วยกันลดการใช้แรงงานน้ำมันรถแห่งชีวิตประจำวัน เป็นเหตุให้คุณภาพชีวิตทุเลา และมีสมัยมากขึ้นในประเทศไทย “Integrated Mixed-use Development” อีกทั้งเป็นพืดทบทวนดูใหม่เพราะด้วยเข้าสังคมประเทศไทย แม้ว่าในที่มากมายด้าวตระเอเชีย เน้นการพัฒนาโครงการรูปแบบตรงนี้มาตั้งแต่ปลายปี ‘90s หลังจากนั้น ไม่ว่าจักเป็นประเทศสิงคโปร์, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, เซียงไฮ้, ไทเปPhoto Credit : Facebook Gaysorn Villageหนึ่งแห่งแผนบนบานศาลกล่าวน่านราชประสงค์ ที่เจริญอีกด้วยกรอบความคิด “Integrated Mixed-use Development” คือว่า “เกษรพิลเลจ” สถานที่เชื่อมต่อตลอดพื้นที่อาคารสำนักงาน (เกษร ทาวเวอร์) กับดักพื้นที่ศูนย์การค้าเกษร แห่งเพิ่มพูนร้านรวงห้องอาหารเข้าเจริญ เพื่อเพิ่มพูน Traffic ในตอนกลางวัน กับเวลาเย็น ครบครันกรอก Co-working Space ด้วยกันเนื้อที่ศูนย์กลางในแบบรีสอร์ทก็เพราะว่าต้องดีไซน์แยกออกเสือกยอมรับกับกิจธุระสมัยใหม่ สถานที่มากมายหน่วยงานเกลี่ยกบิลธุรกิจดำรงฐานะ Agile Model ขณะเดียวกันมนุษย์สามารถจัดการจากที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งจับหลักประจำการ กับคนสอดส่าย Work-Life Balance เป็นเหตุให้การออกแบบ Working Space จำต้องปรับเปลี่ยนจากไปจากแห่งอดีตเจ้าเอ็งเมี่ยงญ ธนูีผมปลอมรม์ ประธานหมวดเกษร พร็อพเพอร์ตี้ ฉายแสงทิวทัศน์ว่า การดีไซน์ กับปรับปรุงแผนรวมหมดแห่งวันนี้ ด้วยกันรองเทรนด์ข้างหน้า ต้องดูคดี “Customer Journey Experience” เพราะฉะนั้นแต่ละเครื่องประกอบต้องประสมประสาน เพื่อให้ก่อเกิดพลัง Synergy ร่วมกัน เพราะทำความเข้าใจ Customer Journey สิ่งของมนุษย์ที่มาชดใช้บริการ หรือดำเนินชีวิตอยู่ในที่ที่นี้ ทั้งคนปฏิบัติการ คนมาพักผ่อน ช้อปปิ้ง รวมถึงผู้ใช้ที่มาใช้คืนที่จัดงาน หรือจัดกิจกรรม แล้วนำมาดีไซน์เพื่อจะสร้าง Seamless Experience ให้กับดักผู้ภูมิหลังชดใช้บริการแห่งเกษรำไพลเลจ ไม่ว่าจักครอบครองคนจัดการ หรือผู้ใช้หลักแหล่งช้อปปิ้งอาทิเช่น ชั้น 2 เชื่อมต่อกับดักรถไฟฟ้าบีทีเอส ดีไซน์แต่ละองค์ประกอบให้ผสมผสาน กับ Synergy ร่วมมือ เริ่มจากมุขเชื่อมต่อบีทีเอส เข้าอีกทั้งเนื้อที่ศูนย์การค้า กับเชื่อมต่อกับดักเกสร ทาวเวอร์ สถานที่เมื่อสาวเท้าเข้า จักไม่ฉลาดตวาดนี่คือว่าเขตแดนอาคารสำนักงาน เพราะอิฉันออกแบบปันออกบรรยากาศเชื่อมต่อถึงกันรวมถึงการก่อสร้างเนื้อที่ Co-sharing Space “เกษร เออร์เร่อน รีสอร์ท” (Gaysorn Urban Resort) ชั้น 19 – 20 สิ่งของเกเรษร ทาวเวอร์ แห่งมีทั่วเนื้อที่ Working Space Sharing ที่ประกอบด้วยห้องประชุมขนาดเล็ก-โค่ง, Event Space Sharing เกี่ยวกับงานจ้าอีเว้นท์ หรือไม่ก็กิจกรรม และ Crystal Box ดำรงฐานะกระจกใสรอบด้าน เหลือบเห็นทิวภาพกรุงเทพฯ รอบๆการพัฒนาในที่ทั้งมวลของ “ราชตั้งใจ” และ “งานสรรพสิ่งผู้สร้างค้าขาย” ในที่ย่านนี้ สะท้อนให้เหลือบเห็นว่า “เนื้อความครอบครองนคร” และ “วิถีชีวิตผู้มนุช” ไม่เคยอยู่กับที่ มีความเปลี่ยนแปลงไปทุกทั้งหมดคราว บริบูรณ์ในที่ระยะเวลาดิจิทัลพลวัตการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นทวีคูณ ฉะนั้นหัวใจสำคัญสรรพสิ่งการพัฒนาเมือง ไม่ก็ย่านการค้า ไม่ใช่เท่าการพัฒนาเพื่อที่จะวันนี้เพียงนั้น แม้ว่าจำเป็นจะต้องดีไซน์เพื่อที่จะรองกับดักอนาคตเช่นกัน !!เจ้าเอ็งชาญ ธนูีผมปลอมรมควัน์