เจาะขนบงานโฮเต็ลยิ่งใหญ่ในเครือ “Singha Estate” ด้วย 4 แพลตฟอร์มสถานที่ก่อสร้างโอกาสอันควรมอบงานได้ก้าวหน้า

ประการแห่งทราบกักคุมแหว ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ประธานสิ่งของพื้นโลก นักเดินทางทั่วโลกโดยมากมีแผนณการดั้นด้นลงมาตะเวนยังภูมิภาคดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้นนักทัศนาจรในภาคเอเชียเองก็ประกอบด้วยตำแหน่งเจริญจำเริญกับการตั้งกฎเกณฑ์ดั้นด้นในประเทศภาคตรงนี้อีกด้วย โน่นแล้วจึงทำให้แหล่แดนกลายเป็นจุดหมายปลายทางสิ่งของงานดั้นด้นเดินทางประการ มัลดีฟส์ ฟิจิ หรือว่าแม้แต่แหลมทองเองโน่นจึ่งทำให้การทำงานโรงแรมครอบครองผลบุญสิ่งของการสัญจรแห่งหนก้าวหน้าขึ้นไปขนานใหญ่ ซึ่งประเด็นสำคัญของงานทำการทำงานโรงแรมตกว่างานคว้าทำเลแห่งหนบริสุทธ์แห่งหนสวยหรู ซึ่งจะช่วยล่อใจนักเที่ยวจ่ายเข้าเอาแรงงอกงาม แต่หามิได้เพียงแค่ตรงนั้นเพราะว่าลุกที่เดิร์ก อังเดร ลีน่า สังสนทนาเบอร์ CEO ของ S Hotels & Resorts หรือ SHR หุ้นส่วนในเครือสิงห์ เอสเตท จะลงมาบอกแจกฟังถึงการก่อการทำงานโฮเต็ลแบรนด์ไทยแห่งหนเจียรสู่ระดับพื้นโลก“SHR ดีฉันเริ่มมาจากการทำงาน 3 โฮเต็ลในประเทศไทยในขณะที่บนบานศาลกล่าวยึดพีอ้วนพี แห่งเมืองพระแสง และบนบานศาลกล่าวยึดสมุย ช่วงปัจจุบัน SHR มีโรงแรมทั้งปวง 39 แห่งใน 5 แดนทั่วโลก สามารถเอ่ยปากได้ตวาด SHR มีงานเจริญยิ่งที่อุตสาหกรรมตรงนี้ ซึ่งพอปีเดิมเราเข้าไปว่าการโฮเต็ลแห่งฟิจิ มอริเชียสด้วยกันมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นประเทศแห่งนักเดินทางนิยมดั้นด้นลงมา”โดยในวันที่ 1 เดือนกันยายนที่ผ่านมา SHR ได้มากระทำเริ่มโครงการ CROSSROADS แห่งหนมัลดีฟส์ ซึ่งประกอบเจียรด้วย 2 โรงแรมรวมหมด SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton กับ Hard Rock Hotel Maldives กับ 1 ศูนย์รวมบริการเพื่อที่จะการพักผ่อนหย่อนใจด้วยกันบันเทิง the [email protected] ซึ่งครอบครองแผนที่ประกอบด้วยการลงทุนยิ่งนักที่สุด และจะเน้นจรที่กลุ่มนักเดินทางคนรุ่นใหม่แห่งหนมุ่งหมายลงมาตากอากาศ สำหรับกลุ่มนักเดินทางดังกล่าวถือเป็นซวดเซ็กเม้นต์กลุ่มใหญ่เต็มที่ มีมูลคุณประโยชน์การเดินทางเฉพาะพวกนี้ทั่วโลกร่วมกระทั่ง 8.25 พันโล้นดอลลาร์สหรัฐอเมริกา“นักเดินทางพวกไม่ลเลนเนียลหรือกลุ่มชนแบบใหม่จักดำรงฐานะหมู่ที่อยากสัญจรจรจับต้องความช่ำชองด้วยตัวเอง กับมนุษย์พวกตรงนี้การกำหนดดั้นด้นเจียรสัญจรมากกว่างานจับจ่ายสมบัติ เช่น คฤหาสน์ไม่ก็รถยนต์ โดย SHR ตั้งใจจ่ายประสบการณ์แห่งนอกเหนือจากความสนุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งอกตั้งใจณที่แวดล้อม การคว้าจับต้องกับดักธรรมดา งานคว้าอยู่ญิบกับที่สาธารณะ ดำรงฐานะสิ่งที่นักทัศนาจรคนรุ่นใหม่กำลังวังชาสอดส่ายการสัญจรหนทางนี้”เพราะพวกลูกค้าคนรุ่นหลังเป็นกลุ่มแห่งใหญ่ตกขอบ SHR แล้วจึงจำเป็นต้องมองหาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนกลุ่มชนแบบใหม่นิยมสัญจรเจียร กับครบถ้วนที่จะไปออกทุนณเนื้อที่เหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ฟิจิหรือมัลดีฟส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย เพราะว่าประเทศไทยนับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนักเดินทางทั่วโลกต้องการตะเวนมาจับต้องความจัดเจนแปลกนวชาต“ไม่เพียงนี้งานแปะ Position ของโรงแรมก็พัวพันสำคัญณการตัดสินใจของฝูงชนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานทำตัวเองแยกออกดำรงฐานะโฮเต็ลชั้น 4 ดาวฤกษ์ถึง 4.5 ดาว ซึ่งหามิได้โฮเต็ลสนนราคาไม่ผิดชั้น 2-3 ดาวฤกษ์ แต่ว่าก็มิได้โฮเต็ลมากหรูหราชั้น 5-6 ดาว เราเชื่อตวาดผู้บริโภคที่เข้ามาพักกับดัก SHR จักได้มาประสบการณ์ที่แตกต่าง”โดยคุที่เดิร์กย้ำตวาด ข้อเด่นอย่างหนึ่งสิ่งของ SHR คือว่าการกรณีสิ่งของคุณภาพแห่งหนตามมาตรฐานชั้นสากล ไม่ว่าจักเป็นการจับแบรนด์สุดยอดแห่งเป็นผู้ช่วยเหลือเข้าลุ้นเสริมการให้บริการปะปนกัน รวมทั้งงานดูแลที่แวดล้อมด้วยกันงานทำให้งาน SHR สามารถเติบโตจรครบถ้วนๆ กับที่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นหัวใจเสาสรรพสิ่งการก่อสร้างแบรนด์ SHR“สำหรับผู้ช่วยเหลือดีฉันจักคัดเลือกจ่ายเหมาะสมกับพื้นที่ รวมถึงต้องสมน้ำสมเนื้อกับดักความคิดเห็นด้วยกันแนวงานปฏิบัติงานของ SHR รวมไปถึงการก่อสร้างแบรนด์ของเราเองในการให้บริการ ซึ่งการปกครองการทำงานสรรพสิ่ง SHR จะแยกออกลูกดำรงฐานะ 4 เรือแพลตฟอร์มพร้อมกัน เริ่มจากการสร้างแบรนด์เอง เข้าให้ทุนด้วยกันบริหารจัดการเองรวมหมดหมด”ขณะเมื่อเรือแพลตแบบฟอร์มแห่งหน 2 จักครอบครองในครรลองเฟรนไชส์ ซึ่งเป็นการสมรู้ร่วมคิดกับดักพันธมิตรชนิดแห่งหนมัลดีฟส์แห่งหนได้มาร่วมกับ Hard Rock ณงานให้บริการ และผู้ช่วยเหลืออีกต่างหากถือเป็นอีกหนึ่งทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ด้วย ด้านเรือแพลตฟอร์มที่ 3 ตกว่าการแห่งฉันถือสิทธิ์เองแต่ว่ายกขึ้นแจกศาสนาเชนต่างๆ ของโรงแรมเข้าว่าการจ้าการ“เรือแพลตแบบฟอร์มบ๊วยตกว่าการใช้คืนแบรนด์สิ่งของฉันเข้าบริหารบริหารแจกกับโฮเต็ลอื่น อีกด้วยการดำเนินการทั่ว 4 เรือแพลตแบบฟอร์มนี้จักสนับสนุนเป็นเหตุให้เราผิดแผกแตกต่างจากรายอื่น กับสำเร็จเสริมอำนาจการชิงดีชิงเด่น นอกจากนี้อีกทั้งเป็นการสร้างโอกาสอันควรณมุขงานแห่งฉันสมรรถทำกันได้ณทั้งปวงแพลตฟอร์ม ไม่ได้ถูกขังขบกัดหนทางการปกครองและอีกทั้งลุ้นจ่ายฉันสามารถติดต่อจรอีกต่างหากผู้บริโภคณชั้นสากลได้มาสะดวก โดยเปลี่ยนผู้ช่วยเหลือทั่วมากมาย”SHR อีกทั้งคว้าตั้งเข็มในปี 2025 จักประกอบด้วยการคลายโรงแรมแจกได้ทั้งผอง 80 ที่ทั่วโลก เพราะจักเน้นจรแห่งแหล่งท่องเที่ยวในประเทศแหลมทองเป็นหลัก หลังจากนั้นจะสอดส่ายแหล่งท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิค อาทิ อินโดนีเซีย เกาะบาหลี จากนั้นคลายจรไปสู่แหล่งท่องเที่ยวณทะเลประเทศอินเดียอย่างฟิจิกับมัลดีฟส์ ด้วยกันจักคลายถัดไปถึงชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพราะสัดส่วนรายได้จะมาจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ 60% แหล่งท่องเที่ยวแหลมทอง 30% กับสถานที่ท่องเที่ยวบนบานยึดประเทศอังกฤษอีก 10%“การที่จะเข้าไปในประเทศไหน ดีฉันจำต้องวิเคราะห์ข่าวสารสิ่งของแดนนั้นๆ จำเป็นต้องรู้เศรษฐกิจโดยรวมสรรพสิ่งแดนตรงนั้น แห่งหนประธานแดนตรงนั้นมีแผนปรับปรุงเศรษฐกิจรองการสัญจรหมู่ชนรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง ปริมาณสรรพสิ่งนักเที่ยวก็มีความหมายเช่นกัน ซึ่งจำต้องดูว่าแต่ว่าละพรรษามีนักทัศนาจรทวีดำรงฐานะจำนวนเท่าใด กับจำต้องเข้าใจตวาดยุคปัจจุบันประกอบด้วยห้องพักรับผลรวมนักเที่ยวพอเพียงหรือไม่ ซูบโจทย์กับการก้าวหน้าหรือไม่”ลุกที่เดิร์กอีกทั้งพูดแหว สาเหตุแห่งต้องมีมากแห่งหนพอให้สามารถกระจายความเสี่ยงจรในมากมายๆ ภูมิภาคของพื้นโลก ในส่วนของผู้บริโภคก็จักไม่เน้นย้ำระบุเจาะจงแดนไรประเทศเอ็ด การแห่งหนมีท้องค้ามาจากมากมายแดนเป็นการกระจายความเสี่ยง ฉะนั้นสมมติว่ามีประเทศใดประเทศเอ็ดก่อเกิดวิกฤตภาวะทางเศรษฐกิจ ก็สามารถขนกกผู้ซื้อไปอีกด้าวเอ็ดได้มา“ฉันอีกทั้งประกอบด้วยความภูมิใจอย่างมากในการสร้างแบรนด์ประเทศไทยแยกออกเป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะแบรนด์ SAii เปิดฉากแห่งหนแต่ต้นแห่งมัลดีฟส์ ลุ้นก่อสร้างความช่ำชองที่เยี่ยมยิ่งนักจ่ายกับนักเที่ยว และประกอบด้วยจุดหมายณงานก่อสร้างแบรนด์ SAii แยกออกเป็นที่รู้จักที่ระดับสากล รวมไปถึงงานขยายสาขาสิ่งของ SAii เช่นกัน เพราะ SAii นับว่าเป็นโรงแรมแห่งมีความงามเลิศทั้งหมดสิ่งกลมๆ พอดีแยกออกกลุ่มนักทัศนาจรมิลโคลนตมเนีมองดูได้ชักรูปจากนั้นแชร์โพสต์ได้มาทุกสิ่งกลมๆสิ่งของตึกหน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม” การถ่ายรูปแล้วแชร์โพสต์ถัดจากจักสนับสนุนสร้างงานบอกต่อผ่านพื้นแผ่นดินออนไลน์ เพราะว่า SHR มีแผนในการถกแบรนด์ SAii ในประเทศประเทศไทย จากนั้นวางแผนแบบอย่างคลายแบรนด์ SAii ไปในภาคทวีปเอเชียแปซิฟิค เพราะโรงแรม SAii สมรรถก่อสร้างได้มาจด 2 แนวทาง ทั้งต้นฉบับที่สร้างขึ้นลงมาใหม่ทั้งผอง หรืองานจ่ายโรงแรมเก่าหลังจากนั้นซ่อมจ่ายกลายเป็นโฮเต็ลนวชาตเพราะด้วยโครงการ CROSSROAADS มีการลงทุนเจียรหลังจากนั้นกว่า 290 กล้อนดอลลาร์สหรัฐอเมริกา โดย SHR มีแผนในการเข้าตลาดหุ้นเพื่อระดมทุน โดยสิงห์ เอสเตท (Singha Estate) จะอีกต่างหากถือหุ้นสิงสู่ในสัดส่วน 60% ซึ่งณพรรษา 2018 ที่ผ่านมา SHR สามารถสร้างเงินรายได้ถึง 34% สรรพสิ่งสิงห์ เอสเตท“พฤติกรรมผู้บริโภคนับว่าเป็นสิ่งแห่งท้าเป้นอเผายิ่ง ซึ่งนักเดินทางกลุ่มชนแบบใหม่การตั้งกฎเกณฑ์จองห้องเช่าก่อนกำหนดดั้นด้น 1-2 ทิวา ครอบครองชิ้นที่ชั่วจังณการปกครองว่าการสรรพสิ่งโรงแรม โน่นจึงทำให้เราต้องเป็นเหตุให้ระบบงานจองสิ่งของฉันสะดวกและหวานคอแร้ง OTAs และการคลายเส้นทางงานเหาะของสายการบิน จะลุ้นสร้างจังหวะในการเจริญสรรพสิ่งงานโรงแรม ที่งานแยกออกนักเดินทางเข้าถึงได้สะดวกขึ้นไป”นอกจากนั้นที่ความของงานแชร์และโพสต์บนบานโซเชียลมีเดียจากนั้น พนักงานจักปฏิบัติหน้าที่ดำรงฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่การช่วยโปรโมทแจกกับโฮเต็ล ซึ่งการติดต่อสื่อสารสิ่งของ SHR ไปอีกต่างหากกลุ่มเป้าหมายจะเน้นย้ำบรรยายที่เรื่องสิ่งของคุณค่ากับการให้บริการ รวมไปถึงให้ความรู้ที่ความการดำรงสิ่งแวดล้อมและที่โล่งแจ้ง นับว่าเป็นการติดต่อสื่อสารเสาแห่งหนทั้งปวงแบรนด์ในเครือสิ่งของ SHR จะติดต่อสื่อสารออกไป“ซีกสิ่งของพนักงานในประเทศประเทศไทยจะครอบครองเจ้าหน้าที่ประเทศไทย 99% ขณะที่ณต่างชาติก็จักมีสัดส่วนที่แตกต่างออกเจียร ขึ้นกับตวาดผู้บริโภคครอบครองหมู่เผ่าพันธุ์ใด และเผ่าพันธุ์สรรพสิ่งพนักงานจะจำต้องแนวเดียวกันกับเผ่าพันธุ์สรรพสิ่งผู้ซื้อเพื่อให้การติดต่อสื่อสารง่ายมากยิ่งขึ้น หรือว่าบางงานแห่งอยากเรื่องเชี่ยวชาญเจาะจงปีก เป็นต้นว่า อาหารฝรั่งเศสก็จำต้องใช้พ่อครัวชาวฝรั่งเศส ครอบครองไม้” เรียกหาตวาด SHR คือว่าโรงแรมสำหรับนักเดินทางที่อยากตากอากาศด้วยคุณค่าและบริการแห่งดำรงฐานะเกณฑ์ระดับสากล รวมไปถึงงานสร้างแบรนด์ประเทศไทยแยกออกเป็นที่รู้จักด้วยกันเห็นด้วยในชั้นสากล