เฝ้าดูค้าปลีกโลก สู่การปรับตัว ‘ค้าปลีกไทย’ โมเดิร์นเอียงรด-ค้าปลีกกษัตริย์-โชห่วย รับศึกออนไลน์

Photo Credit : Sombat Muycheen / Shutterstock.comอุตสาหกรรมค้าปลีก ยอดเยี่ยมแห่ง Key Driver เศรษฐกิจของมากมายประเทศทั่วโลก กับพัวพันกับดักวิถีชีวิตสิ่งของคนวงในประเทศนั้นๆ ซึ่งในที่โบราณกาล ครั้นเอ่ยถึงค้าปลีก อิฉันโดยมากหวนนึก Physical Store ไม่ก็ Brick and mortal สถานที่ประกอบด้วยร้านรวงอยู่ในสภาพบนโลเกชั่นหนึ่งๆ หลังจากนั้นทรงพระครรภ์ค้าขายเข้ามาจับจ่ายใช้สอยจับจ่ายสินค้าแม้ว่าพอโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล “Retail Landscape” เปลี่ยนแปลง โน่นเพราะว่างานมีขึ้นสิ่งของ “อีคอมเมิร์ซ” หรือว่า “ค้าปลีกออนไลน์” สถานที่เข้ามามีบทบาทดามอุตสาหกรรมค้าปลีกทั่วโลก ยิ่งในประเทศที่เทคโนโลยีปฏิรูปเจียรไกลลิบ เป็นต้นว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา โปร่งแสงประเทศแห่งทวีปยุโรป เกาหลีใต้ กับญี่ปุ่น ผ่านพบตวาด “อีคอมเไม่ร์ซ” มาแรงแซงหน้าค้าปลีกระยะเวลาเดิมที เป็นเหตุให้ที่ผ่านมาฉันจักเห็นภาพการปิดฉากสรรพสิ่งค้าปลีกยุคเดิมแห่งต่างด้าว !!ระหว่างที่ไทย แบบสร้างค้าปลีกมีคดีซับซ้อน โดยแบ่งครอบครอง 3 พวกหลักเขต ถือเอาว่า โมเดิร์นตะแคงรด (Modern Trade) / ค้าปลีกภูธเรศ / ค้าปลีกขนาดย่อม หรือไม่ก็ร้านโชห่วย แม้เวลานี้ “อีคอมเไม่ร์ซ” ในไทยอีกทั้งมีสัดส่วนเพียง 2 – 3% สรรพสิ่งราคาค้าปลีกในประเทศโดยรวม ประมาณ 3 เลี่ยนกล้อนพระบาท (เชิงอรรถผู้ประกอบการแห่งหนจดทะเบียนกับดักกรมการแลกเปลี่ยน กระทรวงพาณิชย์) หรือว่าสมมติว่าตรวจวัดเฉพาะเจาะจงในที่หมวด FMCG ค่า 3 แสนเลี่ยนบาทา ขณะเมื่อค้าปลีกออฟไลน์ ไม่ก็ Physical Retail ไม่ก็ Brick and mortar มีสัดส่วนกระทั่ง 97 – 98% แม้ว่าพยากรณ์แหวในอีก 15 ปีข้างหน้า ส่วนสัดค้าปลีกออนไลน์ จะเพิ่มพูนเป็น 20% โน่นบอกคดีว่า แม้ผู้ประกอบการปลีกตัว Physical Retail เปล่าปรับนิสัย ยังคงจับโคนที่ผูกอยู่แต่ว่าในอ่อนเเรียวยเริ่มแรกสถานที่คุ้นชินสิงสู่มาจำเนียร ทำไปทำมาจากนั้น รายนั้นๆ อาจจำต้องจบยอมก็เป็นไปได้ !!!ดังที่ ปะทุในที่วรภูมิรู้ อุ่นใจ นายกสุงสิงผู้ค้าปลีกตัวแหลมทอง ฉายแสงภาพสถานการณ์ว่า “ช่วงปัจจุบันสัดส่วนค้าปลีกแห่งแหลมทอง ระหว่างออนไลน์ สิงสู่ที่ 2 – 3% ขณะเมื่อออฟไลน์ กว่า 90% แม้ว่าคาดคะเนแหวอนาคตกาลอีก 3 – 5 ชันษาข้างหน้า ส่วนสัดค้าปลีกออนไลน์ จะมากกว่า 10% ด้วยกันในอีก 15 ชันษาตรงหน้า ส่วนสัดค้าปลีกออนไลน์ จักขยับพอกพูนครอบครอง 20% โดยเหตุนั้นสมมติว่าผู้ประกอบการค้าปลีกแปลนเริ่มแรก (Physical Retail) เปล่าปรับตัว ไม่พัฒนาฝั่งงานออนไลน์เข้าส่งเสริม จะทุกข์ยากชนิดแน่เค้ง”เปล่งแสงสถานการณ์ “ค้าปลีกโลก” – “ค้าปลีกอาเซียน”“สุงสิงผู้ค้าหลีกไทย” เผยทั้งมวลร่วมกิจธุระค้าปลีกแหล่งหล้าขนมจากข่าวสารการเล่าเรียน Global Power of Retailing 2018 Deloitte Touche Tohmatsu พบตวาด มีเงินรายได้ 19.7 โล้นโล้นตราอเมริกา ในพรรษา 2016 และประมาณตวาดควรประกอบด้วยเงินรายได้จด 22.8 โล้นโล้นเหรียญตราสหรัฐแห่งพรรษา 2018 สำเร็จเติบโตแบ่งดังเปอร์เซ็นต์ 3.8 มูลค่าค้าปลีกทบทวนดูครอบครองส่วนสัดเฉกเปอร์เซ็นต์ 31 ของราคา GDP พื้นโลก และก่อให้เกิดงานว่าจ้างดำรงฐานะโพกผ้าเลี่ยนมนุชทั่วโลกค้าปลีกแนวทาง Hypermart และ Supermarket อีกทั้งครอบครองส่วนสัดจรดร้อยละ 35 ของค้าปลีกโดยทั่วไป เพราะว่ามีประเทศสหรัฐอเมริกาดำรงฐานะผู้นำในฝั่งทวีปอเมริกาด้วยกันยุโรป กับเมืองจีนเป็นเท้าหน้าที่ริมทะเลทวีปเอเชียแปซิฟิคค้าปลีกออนไลน์โดยทั่วไปเติบโตแบ่งจดอัตราร้อยละ 23 ที่ตอนพรรษา 2012 จรดพรรษา 2019 เพราะว่าประมาณตวาด แห่งพรรษา 2019 ค้าปลีกออนไลน์ ควรมีสัดส่วนจรดร้อยละ 12 ค้าปลีกโดยรวมCredit : ยุ่งเกี่ยวผู้ค้าแยกไทยPhoto Credit : QualityHD / Shutterstockมันสมองcomจากหมายกำหนดการข้างต้น จักเหลือบเห็นดุ Wal-Mart ยังคงแข็งแกร่งครองชั้นเอ็ดลงมาตลอดกระทั่ง 20 ชันษา แม้ว่าเมื่อพิจารณาระดับเปรียบเทียบพรรษา 2001 กับ ชันษา 2016 จักพบตวาด ประกอบด้วยห้างค้าปลีกแทบ 4 ห้างแห่งติดตลาด Top สิบ ที่พรรษา 2001 ยังคงพิทักษ์ระดับ Top สิบ ที่ปี 2016 วางได้ Amazon ซึ่งดำรงฐานะค้าปลีกออนไลน์เจ้านายฝ่ายเดียวที่เผ่นโผนขนมจากวรรณะแห่ง 157 ที่พรรษา 2001 ลงมาประชิดอยู่วรรณะ 6 แห่งชันษา 2016 ขณะข้างเดียวกับดัก ค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่กำลังมาแรงประการ Hard Discountและ Drug Store ( Health+Beauty+Grocery) ก็ติดตลาดเข้ามาจรด 4 ห้างพร้อมกันCredit : สมาคมผู้ค้าปลีกประเทศไทยรายการตรงนี้เป็นตารางจัดแสดง Top 20 ค้าปลีกโลกที่พรรษา 2016 ซึ่งก็น่าสังเกตว่า ประกอบด้วยห้างสรรพสินค้าขนมจากประเทศญี่ปุ่นติดตลาด Top 20 เช่นกันถึง 2 ห้างถือเอาว่า ห้างสรรพสินค้า Aoen ระดับแห่ง 12 ด้วยกันห้างสรรพสินค้า Seven & I วรรณะที่ 2ระหว่างที่มูลค่าค้าปลีกพื้นโลก จาก Global Power of Retailing 2018 เพราะ Deloitte Touche Tohmatsu ประมาณว่าควรจะประกอบด้วยรายได้ ดัง 22.8 เลี่ยนเลี่ยนเหรียญตราสหรัฐที่ชันษา 2018 พอดูมาอีกต่างหาก “อึแลกเปลี่ยนค้าปลีกอาเซียน 10 แดนรวมกลุ่ม คาดการณ์มีควรประกอบด้วยเงินรายได้ดัง 1.5 โล้นโล้นตราสหรัฐ (: Economist Intelligence Unit, Figures for 2014 onwards are forecasts. Prior years are actuals or estimatesมันสมอง) หน่วย : Million US / Credit : ยุ่งเกี่ยวผู้ค้าแยกประเทศไทยสืบค้นโครงสร้างอุตสาหกรรมค้าปลีกประเทศไทย “โมเดิร์นเทรด-ค้าปลีกพระเจ้าแผ่นดิน-โชห่วย”“สมาคมผู้ค้าหลีกแหลมทอง” บอกว่ายุคปัจจุบันตลาดการบริโภคค้าปลีกที่ไทยมีมูลค่าเฉก 3.6 โล้นล้านบาทาในชันษา 2017 หรือไม่ก็เช่น 1,000 ล้านเหรียญตราสหรัฐ ซึ่งสามารถแบ่งแยกโครงสร้างค้าปลีกธุรกิจค้าส่งไทยที่เหตุการณ์ยุคปัจจุบันคว้าครอบครอง 3 แนว ดังนี้แถวหนึ่ง “Modern Chain Store” ซึ่งการรวมศูนย์การปกครองบริหารสิงสู่ที่เมืองหลวงเทวัญเป็นสำคัญ ซึ่งมียอดจำหน่ายดำรงฐานะส่วนสัดเฉก 30 – 32% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกธุรกิจค้าส่งแม้ว่าอีกด้วยงานเจริญที่ช่วงมากพรรษาที่ผ่านมาติดจะเสื่อมลง พอวัดกับดักด้าวเพื่อนบ้านแห่งเติบโตดำรงฐานะสองหลัก ห้างสรรพสินค้าค้าปลีกธุรกิจค้าส่งรายใหญ่ แล้วจึงได้มาจำกัดยุทธศาสตร์มุ่งเน้นการขยายไปสู่ด้าวเพื่อนบ้าน CMLV เป็นสำคัญระหว่างที่งานขยายสาขาในประเทศคงทนไม่มุ่งเน้นเท่าเทียมชนิดสถานที่ไม่ชัดเจน มาอาทิเช่น หมวดเซ็นทรัลแห่งเน้นจากไปยอมทุ่นลอยในเวียดนาม, โฮมโปรก็ขยายสาขาถึง 6 สำนักงานสาขาในประเทศมาเลเซีย, Index Living Mall ก็จรตลอดมาเลเซีย อินโดนีเซียและประเทศฟิลิปปินส์, Big C ภายใต้การจัดการโดยกลุ่ม BJC ก็ตระเตรียมถกในประเทศประเทศลาวและเวียดนาม, Makro ก็ขยายจากไปประเทศเขมร ดำรงฐานะต้นไม้“ยุคปัจจุบันแหลมทองประกอบด้วยไชนะโมเดิร์นตะแคงรดแห่งประเทศไทย ค่อนข้างมาก กับริเริ่มอิ่มตัวต่อจากนั้น อย่างไรก็ตามขนาดที่ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จะต้องพบเห็นกับ “ค้าปลีกออนไลน์” เข้ามากดขี่ธุรกิจเรียวเอียงลสรรพสิ่งตัวเอง แม้ว่าพร้อมด้วยเนื้อความสถานที่พวกนี้มีเงินทุน ประกอบด้วยเทคโนโลยี ด้วยกันมีเหตุเจ้าหน้าที่ ดังนั้นแล้วก็ได้โอกาสเอาชีวิตรอดได้มา” ติดไฟแห่งวรวุฒิ ขยายความส่งเสริมPhoto Credit : au_uhoo / Shutterstockมันสมองcomแนวคู่ “ค้าปลีกธุรกิจค้าส่งแห่งพละเจริญที่แตกต่างยิ่งนักหวัด” ไม่ก็คุ้นเคยกันว่า “ค้าปลีกธุรกิจค้าส่งพระเจ้าแผ่นดิน” ส่วนใหญ่ดำรงฐานะเท้าหน้าค้าปลีกค้าส่งที่จังหวัดตนเองเป็นหลัก สถานที่ประกอบด้วยงานขยายสาขา กับประกอบด้วยยอดขายต่อบริษัทระหว่าง 1,000 – 5,000 โล้นบาทาทาบชันษาเป็นต้นว่า ริเริ่มตั้งขึ้นหงี่สุ่น อุดร, ยงสงวน นิโลบล, ธนผู้กล้า เชียงราย, นิกายเซนโทซ่า ขอนแก่น, สล โฮลซวนเซล จังหวัดสกลนคร, จังหวัดร้อยเอ็ดไฮเปอร์ปีศาจ์ท, ซุปเปอร์ชีวิต จังหวัดภูเก็ต, สหไทย นครศรีธรรมราช, ห้างสรรพสินค้าเพิ่มพูนหน้าที่ จังหวัดบุรีรัมย์, ห้างผี์เธ่อร์ แห่งกระบี่, ห้าง Do Home ที่ประกอบด้วยกกสถานที่นิลุบล เป็นต้นยุคปัจจุบันแห่งไทยมี “ค้าปลีกภูนาถ” คาดคะเน 500 – 700 รายทั่วราชอาณาจักร ไม่ก็ถัวเฉลี่ยจังหวะลีลาเว้น 8 -10 ราย มีน่าจะประกอบด้วยยอดจำหน่าย หรือ Market Share ทบทวนดูครอบครองสัดส่วน 18-20% สรรพสิ่งค่าการกินค้าปลีกธุรกิจค้าส่ง เกี่ยวกับค้าปลีกค้าส่งแห่งราวคู่นี้ ที่ผ่านสมรภูมิการปรับตัวรบราฆ่าฟันกับแถวบนมาในตอน 15 ชันษาที่ผ่านมา เริ่มทำความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงการปกครองสั่งการตามสมัย และครบครันจะเจริญ ขยายสาขาออกลูกนอกบุรีข้างนอกอำเภอ ด้วยกันจะตกเป็นผู้นำค้าปลีกธุรกิจค้าส่งแห่งแต่ละท้องถิ่นPhoto Credit : Facebook บมจ.ธนนักรบผู้กล้าแถวที่สาม “ค้าปลีกขนาดเล็ก” ซี่งมหาีส่วนสัดดัง 53-55% สรรพสิ่งมูลค่าการกินค้าปลีกธุรกิจค้าส่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านรวงอิสระขนาดเล็ก หรือแม้จักมีสาขาก็ไม่พ้น 2-3 สำนักงานสาขา แห่งเรียกกันว่า ร้านขายของชำ ไม่ก็ ร้านโชห่วยค้าปลีกขนาดเล็กหมวดตรงนี้ ไม่ได้เสียชีวิตจรใด ยังคงดำรงฐานะข้อสำคัญสิ่งของโครงสร้างค้าปลีกแห่งไทย อย่างคร่าวๆสภาวะการจำนวนร้านค้าแห่งราวตรัยนี้ควรจะประกอบด้วยดัง 250,000 – 300,000 ร้านรวง แห่งกล้าร้านขายของเป็นที่เป็นทาง กับอีกเช่น 200,000 ร้านรวง เป็นรูปพรรณสัณฐานเพิงด้วยกันมุมค้าขายสรรพสิ่ง“ประเทศไทยเป็นแดนสถานที่มีชินโมเดิร์นเทรดเยอะ แม้ว่าหมวดค้าปลีกพระเจ้าแผ่นดิน อีกทั้งสมรรถอยู่รอด ด้วยกันเจริญคว้า พร้อมด้วยแนวสร้างธุรกิจแห่งสร้างสรรค์ กับน่าศึกษา เพียงแต่จำต้องส่งเสริมการพัฒนาระบบบริหารสั่งการ ซึ่งสมาคมผู้ค้าปลีกแหลมทองเรียกร้องช่วยเหลือให้ค้าปลีกกษัตริย์ ก้าวหน้าอย่างเสถียร ด้วยกันปฏิรูปขึ้นไปมาสิงสู่ในกลุ่มแถว 1 ระหว่างที่หมวดค้าปลีกขนาดย่อม ไม่ก็ร้านโชห่วย เหตุการณ์น่าเป็นห่วงเพิ่มขึ้น เพราะว่าประกอบด้วยผลรวมมากมายแสน มากมายล้านรายในแหลมทอง ซึ่งผลรวมร้านโชห่วยในประเทศไทยไม่ไหวน้อยลง มีแม้ว่าเพิ่มพูน แต่ว่าพวกนี้ไม่เจริญ สิงสู่ไปช้าๆ กระนั้นก็ตามในภายหน้าแม้ออนไลน์มา ค้าปลีกกลุ่มนี้จักตกทุกข์ได้ยาก และปรับตัวเปล่าเท่าทัน”ดังนั้น ยุ่งผู้ค้าปลีกประเทศไทย อยากมอบผู้ผลิตแห่งต่างจังหวัด ก่อ Networking อีกด้วยงานร่วมษมาคมฯ เพื่อทำความรู้จักกักคุม ถัดไปจักคว้าร่วมมือกันธุรกิจสมคบคิด อาทิเช่น ที่งานยื่นข้อเสนอมุขภาครัฐบาล เวลานี้ภาครัฐบาลไม่ทราบโจทย์ผู้ประกอบการแยกจำต้องพบเห็นกับเช่นไร โดยเหตุนั้นการสถานที่ค้าปลีกพระเจ้าแผ่นดิน กับค้าปลีกขนาดเล็ก รวมตัวกันกับดักขมาคมคายฯ ครอบครองมุขหนึ่งที่เป็นเหตุให้ภาครัฐบาลรู้ดีว่าจักจรสงเคราะห์เหมาะไร อย่างไหน”Photo Credit : christianthiel.net / Shutterstock.comค้าปลีกจะรอดชีวิตคว้า ต้องปรับนิสัยไปสู่แพลตแบบฟอร์ม “Omni-channel”“สมาคมผู้ค้าหลีกแหลมทอง” ส่องแสงทิวทัศน์ว่า พอ 5 – 6 ปีกลาย ใครก็ตาม ก็บอกว่าการทำงานค้าปลีกที่ด้านร้านรวง Brick and Mortar กำลังจะกลายเป็นอดีต ซีกการทำงานอีคอมเไม่ร์ซ ถือเอาว่า อนาคต แม้ว่ามาถึงวันนี้ นักธุรกิจและมากหลายเทคโนโลยีมากมายคน เริ่มคิดว่า อีคอมเมิร์ซเองก็กำลังจะตกเป็นอดีตสมัยพร้อมด้วย ซีกอนาคตที่กำลังจะเข้าโดยด่วน ถือเอาว่า โมเดลการทำงานใหม่แห่งเรียกกันว่า “Omni-channel” หรือไม่ก็ O2Oเสร็จผสานห้างร้านในพื้นโลกออฟไลน์ เข้ากับเทคโนโลยีพื้นโลกออนไลน์อย่างลงตัว ข้างหนึ่งก็สมรรถใช้ประโยชน์จากความคล่องสบายดีแห่งงานจับจ่ายสินค้าและวางเงินออนไลน์ รวมถึงสมรรถเก็บข้อมูลลูกค้ามหาศาล ด้านอีกด้านเอ็ด ก็สามารถใช้คืนจุดแข็งสิ่งของร้านค้าสถานที่มีของซื้อของขายแน่นอนปันออกมนุษย์ได้มาสัมผัสกับลอง รวมทั้งอีกทั้งเป็นพื้นที่สำหรับยุรยาตรหรือนัดเลี้ยงกับเสี่ยวได้พร้อมด้วยงานคลายทางกำจัดขนมจากหน้าร้านรวงหรือไม่ก็ที่เรียกหาดุ Offline ไปสู่ Online การทำการค้าช้อปออนไลน์ แล้วจึงเป็นอันที่ผู้ประกอบการค้าแยกแห่งด้านร้านรวง Offline ไม่สมรรถอยู่นิ่งเฉยคว้า การปฏิวัติการช้อปปิ้งตามสมัย ที่เสร็จนำการค้างานทำการค้าแบบร้านรวงเดิมที หลอมละลายร่วมมอบดำรงฐานะเนื้อโดด กับดักการค้าขายการทำการค้าแปลนออนไลน์ แห่งหนทางที่สิ้นไร้รอยต่อ Seamless เพราะมุ่งเน้น เพื่อจะสร้างความช่ำชองแห่งงดงามมอบกับดักผู้ใช้ หรือไม่ก็ที่ศัพท์ตามสมัยนิยมเรียกตวาด Omni Channel จึ่งคว้าประเดิมขึ้นแนวการชิงดีชิงเด่นของการทำงานค้าปลีก กำลังก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงทีเทอะทะ จากเดิมทีแห่งย้ำการสร้างแปลน Mass Marketing หันไปจุดโฟกัสดำรงฐานะเฉพาะพวกผู้ใช้ตัวจริงของตนเอง หรือได้ผลก่อท้องตลาดแบบ ตัวต่อตัว (one by one) ซึ่งทางแต่ละผู้ประกอบการจักจำต้องชี้แจงแคมเปญและโปรโมชั่นให้ซื่อกับความปรารถนาของผู้ใช้เฉพาะคน แม้ว่าวัตถุที่จะทำให้การตลาดรูปแบบนี้ประสบผลสำเร็จ ชิ้นสำคัญสุดขอบ คือ ระเบียบเทคโนโลยีสารสนเทศท้ายเรือน ที่จะจำต้องมีความแข็งแกร่ง ซึ่งจะจำเป็นจะต้องรับงานเก็บข้อมูลหลาย กับจำต้องจับออกมานำไปใช้ได้มาคล่อง การลงทุนระบบ “Big Data” และกบิล “Cloud Computing” ดุกันดุครอบครองระดับหลักเขตโพกผ้าเลี่ยนบาทาเลยทีเดียวจะอย่างไรก็ตามการลงทุนระบบ Big Data และ Cloud Computing เป็นมั่นเป็นเหมาะว่าชินค้าปลีกอสูรโย่งมีความพร้อมที่จะทำ ขณะเมื่อการปรับตัวสิ่งของค้าปลีกพระเจ้าแผ่นดิน ด้วยกันร้านค้าปลีกขนาดย่อม ทางยุ่งผู้ค้าแยกกำลังเร่งสร้างความประจักษ์แจ้งรู้และองค์ความฉลาดปันออกกับดักผู้ประกอบการแยกสัดส่วนกลางๆ กับขนาดย่อมในการจัดการกับดักสถานการณ์ Omni-channel ที่จะถั่งโถมเข้าใส่เพราะว่ากะว่าจักเห็นผลการเปลี่ยนแปลงใน 3 ชันษาตรงหน้า เพราะว่าแผนปะปนกัน ที่ระยะการจัดการสิ่งของคณะกรรมการกลุ่มตรงนี้ จักมุ่งเป้านิ่งไปยังผู้ประกอบการค้าหลีกขนาดเล็ก และเล็ก โดยประเดิมที่ผู้ประกอบการหมวดค้าปลีกพระเจ้าแผ่นดินก่อนกำหนด เปลี่ยนการสอนอวัยวะความฉลาด กับเทคโนโลยีเปลี่ยนการศึกษาเล่าเรียน Best Practice ของผู้ประกอบการแยกรายใหญ่ (แนว 1) แห่งการจัดการปฏิบัติร้านค้า กับการปกครองศูนย์รวมขจายผลิตภัณฑ์ กับเกี่ยวทำความเข้าใจ Best Practice สิ่งของผู้ผลิต Omni-channel ที่ต่างด้าว สถานที่ยุ่งผู้ค้าปลีกแหลมทองมีความสัมพันธ์ ด้วยกันครอบครองข่ายงานสมคบคิดส่วนผู้ประกอบการแยกขนาดย่อม จะมุ่งเน้นจัดสัมมนา ขัดเกลาให้ความรู้ เพราะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐบาลในงานยกฐานะผู้ประกอบการรายเล็ก เข้าสู่ระดับกลางอย่างมีประสิทธิภาพ